นายแมทธิว กิจโอธาน

ประธานกรรมการบริษัท
และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะรวมกลุ่มธุรกิจของเวฟในปี 2563 ด้วยความตั้งใจที่จะลดภาระสินหนี้โดยรวมของกลุ่มบริษัทฯ และมีเป้าหมายที่จะเริ่มต้นธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้มีฐานะการเงินที่มั่นคงอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงขนาดของธุรกิจและสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ โดยในระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ได้ลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยโดยรวมไปแล้วจาก 1.8 พันล้านบาท เป็นคงเหลือ 0.6 พันล้านบาท

กลุ่มบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในพันธสัญญาที่ให้ไว้ที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่จะนำพากลุ่มบริษัทฯ ให้เป็นผู้นำธุรกิจด้าน “Lifestyle and Entertainment” กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงบริการ และสื่อโทรทัศน์และความบันเทิงที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น กลุ่มบริษัทฯ ยังเชื่อมั่นอีกว่า ในส่วนของธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวกับอาหารและการศึกษายังสามารถที่จะเติบโตได้ในกลุ่มวัยรุ่นและเด็ก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่กลุ่มชนชั้นกลางกำลังพัฒนาและโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน กลุ่มบริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การที่กลุ่มธุรกิจเวฟได้ปรับตัวไปสู่การเป็นธุรกิจ “Lifestyle and Entertainment” จะเป็นการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ที่จะทำให้กลุ่มธุรกิจของเวฟสามารถที่จะปรับตัวในกลุ่มธุรกิจสื่อโทรทัศน์และความบันเทิงได้ ซึ่งจะส่งเสริมและสร้างความเติบโตให้แก่กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ของกลุ่มบริษัทฯ อย่างไรก็ดี จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและความผันผวนของตลาด กลุ่มบริษัทฯ ได้เริ่มทบทวนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ อีกครั้งเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่และมีความมุ่งมั่นใหม่ในความพยายามของกลุ่มบริษัทฯ ในด้านของความแข็งแกร่ง และโอกาสที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมีกำไรในอนาคต

การระบาดใหญ่ของ COVID-19 และมาตรการต่างๆ ที่ออกโดยรัฐบาลส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปิดทําการชั่วคราวและจำกัดการดําเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก และการกลับมาระบาดรอบใหม่ในช่วงธันวาคมของปี 2563 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้ของกลุ่มบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Wall Street English ได้พยายามอย่างยิ่งในการบริหารจัดการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ส่งผลให้มีผลกำไรก่อนหักภาษีและดอกเบี้ยจ่ายสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 13% นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงลงทุนในการปรับปรุงและย้ายสาขาสีลม ไปยังอาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ พร้อมทั้งขยายสาขาใหม่เพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่จังหวัดระยอง รวมทั้งยังได้เปิดสาขาโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Wall Street English ในต่างจังหวัดในรูปแบบแฟรนไชส์เป็นแห่งแรกที่ เซ็นทรัลพลาซา จังหวัดขอนแก่น เมื่อปลายปี 2562 และจะเปิดให้บริการผ่านแฟรนไชส์สาขาที่ 2 ที่ราชอาณาจักรกัมพูชาในปี 2564 นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Wall Street English ที่ได้วางไว้

ธุรกิจร้านอาหาร Jeffer ยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ COVID-19 กลุ่มบริษัทฯ ได้ปรับลดสาขาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในภาพรวมของธุรกิจ โดยการปิดสาขาที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น ณ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ธุรกิจร้านอาหาร Jeffer มีจำนวน 47 สาขา ลดลงจาก 61 สาขา จากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธุรกิจร้านอาหาร Jeffer ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อที่จะขยายฐานของธุรกิจที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของร้านดินเนอร์แบบตะวันตก ซึ่งเน้นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและครอบครัว ในปีนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้เพิ่มความหลากหลายเมนูรายการอาหารอาเซียน เช่น อาหารเกาหลี อาหารไทย ผ่านช่องทางการซื้อกลับ การส่ง และการทานภายในร้าน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้เปิดสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์แห่งแรกที่จังหวัดชุมพรในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตผ่านการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ต่อไป และยังจะปรับภาพลักษณ์ใหม่ของร้านอาหาร Jeffer ให้มีความรู้สึกสดใหม่และสอดคล้องกับการเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบไลฟ์สไตล์

สำหรับเงินลงทุนของบริษัทฯ ในหุ้นของบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (“TSE”) ยังถือเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าของ บริษัทฯ เรายังคงถือหุ้นร้อยละ 6 ใน TSE ทั้งนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ TSE ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ประมาณ 5พันล้านบาท

บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการประเมินผลอยู่ในระดับ “ดีเลิศ” โดยได้รับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 91 จากรายงานการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2562 ซึ่งประเมินผลโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการประเมินผลคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2653 ในระดับ “ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง” โดยได้รับคะแนนเต็มคิดเป็นร้อยละ 100 จากการประเมินผลโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและรักษาผลการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในปีต่อไป

กลุ่มบริษัทฯ มีความมั่นใจว่า กลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ จะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในปีหน้าภายใต้การบริหารจัดการที่มีความระมัดระวังในการขยายธุรกิจ การปรับปรุงกำไรขั้นต้น และโอกาสการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ กลุ่มบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้กลุ่มบริษัทเวฟ เป็นผู้นำในธุรกิจด้าน “Lifestyle and Entertainment” ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคตในประชาคมอาเซียน กระผมในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐ และพนักงานทุกคนสำหรับการสนับสนุนและความเชื่อมั่นที่มีให้แก่บริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา